• White Facebook Icon
  • White Pinterest Icon
  • White Instagram Icon

©2017 by Siribuncha Corporation.

Please reload

Recent Posts

งานวิจัยขิงกับการบรรเทาอาการ อาการช่วยจุกเสียดแน่น เมารถ เมาเรือ หรืออาการแพ้ท้องโดยมหาวิทยาลัย Brigham Young ในประเทศอังกฤษ ซึ่งผลการวิจัยนี้ก็ได้ตีพ...

May 4, 2017

1/6
Please reload

Featured Posts

ผลงานวิจัย เรื่องอบเชยกับโรคเบาหวาน

อบเชยเป็นพืชที่มีแทนนินสูง มีรสฝาด แพทย์แผนไทยจึงผสมลงไปในยาหอมต่างๆ ใช้ในอาการจุกเสียด แน่นท้อง หรือใช้ในการทำยานัตถุ์ สูดดมแล้วสดชื่น ลดอาการอ่อนเพลีย กินแก้โรคท้องร่วง เพราะมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียในกระเพาะอาหาร ขับปัสสาวะ ช่วยย่อยอาหาร และสลายไขมัน

 

นักวิจัยโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยมัลโมแห่งสวีเดนพบว่า การเหยาะอบเชย ลงไปในขนมหรือของหวานที่กินประจำวัน จะช่วยรักษาปริมาณน้ำตาลในเลือดให้คงที่ การทดลองโดยนำอาสาสมัครที่แข็งแรงดีกลุ่มหนึ่ง มากินอาหารหรือขนมหวาน 1 ชาม แล้วเหยาะอบเชยผงลงไป 1 ช้อนชา พบว่ามีสรรพคุณช่วยควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับต่ำ จากการวัดปริมาณน้ำตาลในเลือด ภายหลังจากกินขนมไปแล้วพบว่า เพิ่มขึ้นอีกไม่มากเท่าใด ดร.โจนนา เลโบวิคซ์ กล่าวว่า อบเชยอาจจะไปออกฤทธิ์ถ่วงการเดินทางของอาหาร จากกระเพาะไปยังลำไส้ให้เนิ่นนานออกไป นักวิจัยรายงานผลการศึกษาในวารสารศึกษา "โภชนาศาสตร์คลินิกอเมริกัน" ได้ยืนยันหลักฐานจากการศึกษาที่แล้วมาว่า อบเชย มีสรรพคุณช่วยรักษาโรคเบาหวาน อันเป็นโรคเกิดจากอาการดื้อกับฮอร์โมนอินซูลินของร่างกาย อบเชยยังมีคุณสมบัติพิเศษป้องกันเลือดจับตัวเป็นก้อน และยังมีคุณลักษณะเป็นอาหารต้านจุลชีพ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อราได้

 

ดร.ริชาร์ด แอนเดอร์สัน ได้แนะนำอาสาสมัครของเขาที่ป่วยเป็นเบาหวาน ให้ลองใช้อบเชยเป็นประจำ ปรากฏว่ามีอาสาสมัครนับร้อย ได้รายงานผลดีกลับเข้ามาว่าสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ อบเชยช่วยเร่งให้การสันดาปน้ำตาลกลูโคสเพิ่มขึ้น 20 เท่า นักวิทยาศาสตร์เห็นว่าการกินอบเชยนั้นไม่มีอันตราย การทดลองกินเองแต่ละบุคคลนั้น หากได้ผลดีก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเกินคาด ทั้งยังเป็นยาที่เป็นสารธรรมชาติ และในรายที่ไม่ได้ผลดี ก็ไม่ได้มีอันตรายแต่อย่างใด อบเชยทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบการให้สัญญาณอินซูลิน (Insulin-Signaling System) และอาจเป็นการดีถ้าอบเชยได้ทำงานก่อนที่จะนำกลูโคสเข้าสู่เซลล์ ทั้งยังสามารถใช้อบเชยร่วมกับอินซูลินได้ดี นอกจากนี้ยังพบว่าสาร MHCP สามารถลดความดันโลหิตของสัตว์ทดลองได้ และมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีอีกด้วย 

 

แม้ว่าอบเชยจะยังไม่สามารถขึ้นทะเบียนใช้แทนยาได้ แต่ ดร.แอนเดอร์สัน ก็แนะนำว่าควรทดลองใช้ 1/4 ถึง 1 ช้อนชาต่อวัน เมื่อคำนวณดูแล้ว 1 ช้อนชาหนักประมาณ 1200 มิลลิกรัม ดังนั้น 1/4 ข้อนชา จึงประมาณเท่ากับ